
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2
วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2562
เวลา 09:00 - 12:-00 น.
💗 ความรู้ที่ได้รับ
💛 การให้การศึกษาผู้ปกครองเด็กปฐมวัย 💛
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับรายวิชา
👉 Parent พ่อแม่ ผู้ปกครอง
👉 Education การศึกษา
👉 Early Childhood เด็กปฐมวัย
👉 Parent Education for Early Childhood การให้การศึกษาผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
👉 Is a good example of children การเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก
👉 Attentiveness ความใจใส่
👉 Intimacy ความใกล้ชิด
👉 Family relationship สายสัมพันธ์ในครอบครัว
👉 Accept emotions and feelings of children ยอมรับอารมณ์และความรู้สึกของลูก
อาจารย์ให้นักศึกษาลองทำแบบฝึกหัดก่อนเรียนซึ่งมีข้อคำถามและคำตอบดังนี้
💓การพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์
ควรได้รับการดูแล ถ่ายทอดความคิด วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และค่านิยมที่ดีงามจากผู้ที่ถือว่าเป็นผู้ที่มีความสำคัญและใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด เพื่อให้การดำรงชีวิตของมนุษย์สมบูรณ์แบบ ควรเริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิ อาจกล่าวได้ว่าบุคคลแรกที่สำคัญที่สุดในชีวิตของมนุษย์คือ พ่อ แม่ หรือผู้ปกครอง
💓ความหมายของผู้ปกครอง
ผู้ปกครองเป็นบุคคลที่มีความสำคัญและใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด ได้มีผู้ให้ความหมายของผู้ปกครองไว้ดังนี้
Summers Della,1998 กล่าวว่า ผู้ปกครอง หมายถึง พ่อหรือแม่ของบุคคล
Encyclopedia,2000 อธิบายไว้ว่า ผู้ปกครอง หมายถึง ผู้ที่เป็นพ่อหรือผู้ที่เป็นแม่ ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภท คือ
1. ผู้ปกครองโดยสายเลือด
2. ผู้ปกครองโดยสังคม
กุลยา ตันติผลาชีวะ (2542 : 3) กล่าวถึงผู้ปกครองว่า ผู้ปกครองมีความหมายกับเด็กมากกว่าเป็นผู้เลี้ยงดู โดยหน้าที่ของผู้ปกครองนั้นจะครอบคลุมถึงการอบรม สั่งสอนและพัฒนาเด็กด้วย ซึ่งได้จำแนกผู้ปกครองไว้ 5 ประเภท คือ
1. ผู้ปกครองตามกฎหมาย พ่อ แม่ จัดเป็นผู้ปกครองตามกฎหมาย ต้องเลี้ยงดูลูก จนโต บรรลุนิติภาวะ สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ประกอบอาชีพได้ บางครั้งเราจะพบว่า ผู้ปกครองไทยให้การดูแลเด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่จนถึงตายก็มี
2. ผู้ปกครองโดยกฎหมาย หมายถึง ผู้ร้องขอต่อเจ้าหน้าที่ทางกฎหมาย เพื่อเป็นผู้ปกครอง เช่น ผู้ที่ขอเด็กมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมมีความพร้อมและตั้งใจที่จะดูแลเด็กอย่างแท้จริง
3. ผู้ปกครองอุปถัมภ์ เป็นผู้ปกครองชั่วคราวที่รับเลี้ยงดูด้วยความรู้สึกเมตตา สงสาร อยากช่วยเหลือ เช่น ผู้ปกครองในสถานสงเคราะห์ ลักษณะของความผูกพันเป็นแบบผิวเผิน สิ่งที่เด็กได้จากผู้ปกครองอุปถัมภ์คือกำลังใจ
4. ผู้ปกครองทางชีวภาพ เป็นผู้ปกครองที่เกิดขึ้นในยุคของเทคโนโลยีการผสมพันธุ์ในหลอดแก้ว ผู้ปกครองประเภทนี้มี 2 ประเภท คือ แบบแรกเป็นเจ้าของยีนส์ อีกแบบเป็นแบบ ฝากครรภ์ ทั้งสอบแบบมีความผูกพันทางพันธุกรรมสูง แต่การเลี้ยงดูอยู่กับผู้ทำหน้าที่ผู้ปกครอง ความสัมพันธ์กับเด็กมีลักษณะเช่นเดียวกับผู้ปกครองทั่วไป
5. ผู้ปกครองโดยบังเอิญ พบได้ในกรณีเด็กหลง แล้วต้องรับเลี้ยง พ่อแม่เด็กตาย เด็กถูกนำมาฝากเลี้ยง ความเกี่ยวข้องผูกพันระหว่างเด็กและผู้ปกครองน้อยมาก
ราชบัณฑิตยสถาน. (2546 : 739) หมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่ปกครอง ดูแล หรือผู้ปกครองอาจหมายถึงพ่อ แม่ พี่ ป้า น้า อา คนรู้จัก หรือคนที่ไม่รู้จักก็ได้ ถ้าคนที่กล่าวมานี้ทำหน้าที่ดูแลชีวิตพื้นฐาน นำแนวทาง ช่วยเหลือและแนะแนวแก่เด็ก ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ปกครอง ดังนั้นผู้ปกครองจึงเป็นบุคคลที่มีความสำคัญและใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด
กัลยา นิ่มจิตต์ (2545 : 26) กล่าวว่า ผู้ปกครอง หมายถึง พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง รวมถึงผู้ที่รู้จักและไม่รู้จักที่ให้การอุปการะเลี้ยงดู ให้ความรัก และความเอาใจใส่ ห่วงใยตลอดจนให้การศึกษาแก่เด็ก
สรุปได้ว่า ผู้ปกครอง หมายถึง ผู้ที่เป็นบิดา มารดา ญาติพี่น้องหรือบุคคลอื่นที่ให้การอบรมเลี้ยงดูให้การศึกษาแก่เด็กที่อยู่ในการดูแลให้ความรักและความเอาใจใส่ห่วงใยตลอดจนให้การศึกษาแก่เด็ก
💓ความสำคัญของผู้ปกครอง
Lee Center and Marlene Center,1992 ได้กล่าวไว้ว่า ผู้ปกครองเป็นผู้ที่มีความสำคัญที่สุดต่อชีวิตของเด็ก ความรักและความอบอุ่นจากผู้ปกครองเป็นความต้องการของเด็กทุกคน ผู้ปกครองจึงเป็นบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและการเรียนรู้ของเด็ก
Pestalozzi ได้กล่าวถึง ความสำคัญของพ่อแม่ ผู้ปกครองว่า ความรักของพ่อแม่เป็นพลังสำคัญในการเจริญเติบโตของเด็ก ความรักที่ประกอบด้วยเหตุผลและความมุ่งมั่นที่จะปลูกฝังสิ่งที่ดีงามให้แก่เด็กเป็นบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างแท้จริง ความรักที่บริสุทธิ์และความสัมพันธ์ที่อบอุ่นกลมเกลียวกันในครอบครัว เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับเด็กในการพัฒนาความคิด ความรู้สึก และการกระทำที่สอดคล้องกัน ซึ่งเป็นรากฐานของชีวิตที่สมบูรณ์มั่นคงต่อไป
ฉันทนา ภาคบงกช (2531) กล่าวว่า ผู้ปกครองเป็นบุคคลที่สำคัญในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก เพราะ เป็นผู้ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุดสามารถที่จะตองสนองความต้องการพื้นฐานของเด็ก ได้แก่ ความต้องการในการดำรงชีวิต ความต้องการความรักความอบอุ่น นอกจากนี้เด็กยังได้อิทธิพลจากสภาพแวดล้อมภายในครอบครัว เด็กจะมีพัฒนาการทางบุคลิกภาพอย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับการอบรมเลี้ยงดูจากบ้านเป็นสำคัญ คุณภาพของเด็กมีผลมาจากการอบรมเลี้ยงดูของผู้ปกครองเป็นอย่างมาก
ศันสนีย์ ฉัตรคุปต์ (2543 : 1) กล่าวว่า ความสำคัญของการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยนั้น พ่อแม่ ผู้ดูแลเด็ก ควรตระหนักถึงความสำคัญ และเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาสมองของเด็กในวัยนี้ให้เจริญเติบโต และพัฒนาเต็มตามศักยภาพ เพื่ออนาคตของเด็กและประเทศชาติต่อไป
สรุปได้ว่า พ่อแม่ ผู้ปกครองมีความสำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก ซึ่งพ่อแม่มีความใกล้ชิดกับเด็ก เป็นผู้ที่มีความหมายต่อชีวิตเด็กทั้งการเจริญเติบโตทางร่างกายและจิตใจเป็นผู้ที่เด็กมอบความรักด้วยความบริสุทธิ์ใจ สังคมและสติปัญญา โดยเฉพาะเด็กปฐมวัยถือเป็นพื้นฐานในการพัฒนาบุคลิกภาพในอนาคต ผู้ปกครองจึงเป็นผู้นำที่จะช่วยให้เด็กเจริญเติบโต มีพัฒนาการที่เหมาะสมเพื่อการก้าวสู่โลกกว้างได้อย่างมั่นคงและมีความพร้อมในทุกด้าน จึงถือว่าผู้ปกครองเป็นผู้เสริมสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ความอบอุ่น อบรมเลี้ยงดูให้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ ด้วยความรักความเข้าใจให้แก่เด็กตั้งแต่เยาว์วัยเป็นรากฐานอนาคตของสังคมให้มีความสมบูรณ์และแข็งแรง

จากความสำคัญของผู้ปกครอง ดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ผู้ปกครองมีความสำคัญซึ่งมีความใกล้ชิดกับเด็ก เป็นผู้ที่มีความหมายต่อชีวิตเด็กทั้งการเจริญเติบโตทางร่างกายและจิตใจเป็นผู้ที่เด็กมอบความรักด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผู้ปกครองจึงเป็นผู้นำที่จะช่วยให้เด็กเจริญเติบโต มีพัฒนาการที่เหมาะสม เพื่อการก้าวสู่โลกกว้างได้อย่างมั่นคงและมีความพร้อมในทุกด้าน จึงถือว่าผู้ปกครองเป็นผู้เสริมสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้วยความรัก ความเข้าใจให้แก่เด็ก
💓 บทบาทหน้าที่ของผู้ปกครอง
พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นบุคคลกลุ่มแรกที่มีความใกล้ชิดกับเด็ก เป็นผู้สนับสนุนและวางรากฐานอันสำคัญยิ่งต่อการเจริญเติบโตของชีวิตมนุษย์ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ภาวะแห่งความรับผิดชอบในการอบรมเลี้ยงดูและสายใยแห่งความผูกพันระหว่างพ่อแม่ ลูก เป็นพันธะที่จะต้องมีการดำเนินอย่างต่อเนื่อง เพื่อจุดมุ่งหมายที่สำคัญ
Christine Ward, 1998 ผู้ปกครองเป็นผู้ที่ทำหน้าที่สำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการและทักษะการเรียนรู้ให้แก่เด็กตั้งแต่แรกเกิด เมื่อเด็กไปโรงเรียน ผู้ปกครองก็จะต้องเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ในการดูแลเด็กร่วมกับโรงเรียนในด้านการจัดการเรียนรู้ การปฏิบัติหน้าที่ดูแลเด็ก การจัดสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับโรงเรียน
วราภรณ์ รักวิจัย (2533 : 15) กล่าวว่า ผู้ปกครองเป็นผู้ที่มีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนให้เด็กเป็นคนดี ตามหน้าที่ของพ่อแม่และผู้ปกครองที่ดี ซึ่งนอกจากจะให้การอบรมเลี้ยงดูแล้ว ต้องให้ทั้งความรัก ความเอาใจใส่ จัดประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมที่จะช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้และพัฒนาในทุก ๆ ด้านเพื่อเด็กจะเติบโตและสามารถเผชิญความเปลี่ยนแปลงของสังคม สามารถแก้ปัญหาต่างๆ และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ซึ่งบทบาทของผู้ปกครอง มีดังนี้
1. ให้การอบรมเลี้ยงดูและให้ปัจจัย 4
2. ให้การศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. ฝึกอบรมให้เด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
4. ถ่ายทอดขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมตอดจนบทบาทหน้าที่ในครอบครัวให้แก่เด็ก
5. ช่วยแก้ปัญหาและอบรมสร้างวินัยอันดีให้แก่เด็ก
6. จัดประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้และพัฒนาในทุกด้าน
7. เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็ก
8. ปลูกฝังคุณธรรมให้แก่เด็ก
อารี สันหฉวี (2536) ได้เสนอบทบาทของพ่อแม่ ผู้ปกครองในการฝึกเด็กให้ขยัน ฉลาด และเป็นคนดี
กุลยา ตันติผลาชีวะ (2542) กล่าวว่า บทบาทและหน้าที่ที่สำคัญของผู้ปกครองคือ ต้องตระหนักถึงธรรมชาติของเด็กที่มีความเฉพาะที่ต้องเข้าถึงเด็ก มีร่างกาย มีจิตใจ มีการพัฒนา มิใช้แต่ตัวเด็กเองแต่เป็นทั้งเพื่อครอบครัวและสังคม ดังนั้นหลักการเลี้ยงเด็กจึงมี 3 ประการ ดังนี้
1. หลักการทางจิตวิทยา
2. หลักการทางพัฒนาการ
3. หลักการทางวุฒิภาวะ
💓บทบาทและหน้าที่ด้านการอบรมเลี้ยงดู
บทบาทของพ่อแม่ในการเลี้ยงดูเด็กมี 4 ประการ คือ
1. เลี้ยงดูเด็กให้เจริญเติบโต โดยการตอบสนองความต้องการทั้งทางร่างกายและจิตใจ
2. อบรมระเบียบวินัยทางสังคม ตลอดจนกิริยามารยาทต่าง ๆ
3. ส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ให้กับเด็กปฐมวัย ซึ่งได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์-จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา เพื่อให้มีความพร้อมทางด้านการเรียนต่อไป
4. ส่งเสริมความสนใจของเด็ก โดยการจัดสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวเด็กให้เหมาะสม เช่น หนังสือนิทาน อุปกรณ์ในการเล่น การพาไปทัศนศึกษา
💓บทบาทและหน้าที่ด้านการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้
การศึกษาทำความเข้าใจและแสวงหาประสบการณ์ว่าเด็กในแต่ละวันมีพัฒนาการและการเรียนรู้อย่างไร พ่อแม่ ผู้ปกครอง สามารถส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้ลูกได้อย่างถูกวิธี ดังนี้
1. ช่วยจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับกิจกรรมที่โรงเรียน
2. ส่งเสริมให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงให้มาก
3. สนทนาให้ความเป็นกันเองกับเด็ก ป้อนคำถามให้เด็กได้คิดหาคำตอบ
4. ชมเชยเมื่อเด็กทำความดี ทำได้ถูกต้อง ในขณะที่ทำผิดก็ต้องชี้แจงให้เด็กเข้าใจให้ถูกต้องก่อนที่เด็กจะจำวิธีการผิดๆ ไปใช้
5. ให้เด็กมีส่วนร่วมรับผิดชอบ ช่วยเหลืองานในบ้านที่เหมาะสมกับวัย
6. ให้อิสระแก่เด็กบ้างในบางโอกาส
7. สนับสนุนส่งเสริมให้เกิดปัญญา
8. คอยติดตามการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ของเด็ก โดยไม่เข้มงวดกวดขันจนเกินไป
9. ติดต่อกับครูของเด็กเพื่อรับทราบปัญหาและให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาก่อนที่จะสายเกินแก้
💓บทบาทและหน้าที่ในการส่งเสริมการศึกษา
การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มนุษย์กับการศึกษาเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันตลอดชีวิต พ่อแม่ ผู้ปกครองถือเป็นบุคคลแรกที่ทำหน้าที่ในการส่งเสริมการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพให้แก่เด็กในแนวทางที่เหมาะสมและช่วยส่งเสริมการศึกษาให้แก่เด็กดังนี้
1. ความอุทิศตน ในการมีเวลาให้กับลูกอย่างเต็มที่
2. มีจุดมุ่งหมายสูงส่งเพื่อลูก
3. ช่างสังเกตถี่ถ้วน
4. ใช้สามัญสำนึกในการเลี้ยงลูก
5. ปลูกฝังวินัย ความเป็นไทย
💓สรุปบทบาทหน้าที่ของผู้ปกครอง 10 ประการ
1. ให้ความรักและสายสัมพันธ์ในครอบครัว
2. ให้ความเอาใจใส่และเอื้ออาทรต่อลูก
3. ทำตนให้เป็นแบบที่ดีแก่ลูก
4. ให้ประสบการณ์การเรียนรู้ในสังคมเกี่ยวกับการปฏิบัติตน
5. ส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้เป็นไปตามวัย
6. ให้หลักธรรมในการพัฒนาเด็กด้วยหลักไตรสิกขา (ศีล สมาธิ ปัญญา)
7. ส่งเสริมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ โดยผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย
8. ศึกษาการเจริญเติบโตของเด็ก
9. เอาใจใส่ดูแลสุขภาพ
10. สนับสนุนเตรียมความพร้อมก่อนสู่สังคม

💓บทสรุป
👉ผู้ปกครอง หมายถึง ผู้ที่เป็นบิดา มารดา หรือบุคคลอื่นซึ่งทำหน้าที่ในการอบรมเลี้ยงดูเพื่อให้เด็กมีชีวิตที่สมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคมและสติปัญญา สามารถเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับสังคมได้อย่างมีความสุข
👉บทบาทและหน้าที่ ของผู้ที่เป็นผู้ปกครองเด็กปฐมวัยถือเป็นผู้ที่มีความสำคัญยิ่งต่อการสร้างรากฐานของชีวิตในอนาคตกับเด็ก ดังนั้นผู้ปกครองจึงต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเด็กได้แก่ การอบรมเลี้ยงดูการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ และการส่งเสริมการศึกษา การที่ผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทและหน้าที่ของตนเองในการพัฒนาเด็ก ย่อมเป็นการทำให้ผู้ปกครองจำเป็นต้องแสวงหาองค์ความรู้ที่จำเป็นเพื่อนำมาปฏิบัติใช้ในการอบรมเลี้ยงดูเด็กในด้านต่างๆ
👉 ตอบคำถามท้ายบท 👈
1) ในสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นักศึกษาคิดว่าบทบาทและหน้าที่ของผู้ปกครองที่มีต่อเด็กปฐมวัยมีอย่างไรบ้าง จงอธิบาย
ตอบ ผู้ปกครองในฐานะที่อยู่ใกล้ชิดบุตรหลานมากที่สุด จึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจและความสามารถในการเรียนรู้ผู้ปกครองจึงต้องสนับสนุน เช่น
1.เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงชีวิตครอบครัวที่มีความรัก ความเข้าใจ และความอบอุ่น
2.ยอมรับในศักยภาพของผู้เรียน ให้โอกาสผู้เรียนได้สำรวจตัวเอง เพื่อประกอบการตัดสินใจ ในการเลือกแผนการเรียน การศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพ
3.ให้ความร่วมมือกับสถานศึกษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา ป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้เรียน
4.มีส่วนร่วมในการวางแผนการจัดกิจกรรมแนะแนวและอาสาร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษา
5.เป็นที่ปรึกษาหรือแนะแนวทางการดำเนินชีวิตที่ดีงามให้กับผู้เรียน
2) จงอธิบายวิธี แนวทางที่ผู้ปกครองสามารถใช้ในการส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคมและสติปัญญาให้แก่เด็กปฐมวัย
ตอบ ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยในทุกๆด้าน เพราะเด็กใช้เวลาอยู่ในสถานศึกษาเพียงหนึ่งในสามของเวลาที่เด็กอยู่กับครอบครัว ดังนั้น ผู้ปกครอง ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด จะต้องสร้างให้เด็กเป็นบุคคลที่มีความสามารถในการดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นสุข เด็กจะเจริญเติบโตได้มากน้อยเพียงใด อยู่ที่บทบาทของพ่อแม่ผู้ปกครอง และที่สำคัญ ถึงแม้เด็กจะเข้าโรงเรียนแล้วก็ตาม แต่บ้านก็ยังคงเป็นสิ่งแวดล้อมสำคัญที่มีอิทธิพลยิ่ง ต่อเด็ก จากการประชุมของผู้เชี่ยวชาญที่มหาวิทยาลัยอิลินอยส์ ซึ่งองค์การยูเนสโกจัดขึ้น พบว่า ศูนย์กลางที่พัฒนาการเด็กทั้งทางร่างกาย สมองและสติปัญญานั้น ได้แก่ ครอบครัว ถ้าหากครอบครัวให้ความอบอุ่น และสามารถอบรมเลี้ยงดูเด็กได้อย่างถูกต้อง อนาคตของเด็กก็แจ่มใส และมีผลต่อทัศนคติของเด็กด้วย ผู้ปกครองจะต้องมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา มีความสนใจในการร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น การที่ผู้ปกครองมีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก ได้ร่วมกิจกรรมต่างๆกับเด็ก ทำให้เด็กมีระดับสติปัญญาที่สูงขึ้น เพราะเด็กจะได้รับการกระตุ้น และได้แก้ปัญหาต่างๆ โดยมีผู้ปกครองคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ใกล้ๆ
ผู้ปกครองสามารถมีส่วนร่วมช่วยพัฒนาเด็กในด้านต่างๆได้ ดังนี้
1.ด้านร่างกาย
การที่เด็กได้รับการสัมพันธ์โอบกอดจากพ่อแม่ จะเป็นการกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก และสนองตอบความตื่นตัวของระบบประสาทของเด็ก นอกจากนี้ พ่อแม่ควรจัดเวลา สถานที่ เพื่อให้ลูกได้เคลื่อนไหว ออกกำลังกาย โดยเรียนรู้จากการเล่น กล้าแสดงออกพ่อแม่ควรสังเกตพฤติกรรมพัฒนาการของลูกได้
2.ด้านอารมณ์/จิตใจ
พ่อแม่ผู้ปกครองควรดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด ด้วยความรักและความเข้าใจ ทำให้ลูกมีจิตใจดีให้โอกาสลูกเรียนรู้ และฝึกทำสิ่งต่างๆในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตร พ่อแม่ต้องรับฟังและพูดคุยโต้ตอบกับลูก จำเป็นต้องให้เวลาและเอาใจใส่ลูกอย่างสม่ำเสมอ และฝึกให้ลูกเป็นคนมีน้ำใจเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่
3.ด้านสังคม
เด็กจะซึมซับค่านิยม และวัฒนธรรมที่ดีจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ไม่ว่าเป็นมารยาททางสังคม หรือแม้แต่เรื่องราวระเบียบวินัยทางสังคม การรักและชื่นชมธรรมชาติล้วนเป็นเรื่องที่พ่อแม่ ต้องชี้ให้ลูกสนใจและปลูกฝัง ด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดี เพราะเด็กจะเลียนแบบจากผู้ที่พบเห็น ซึ่งจะทำให้เด็กรู้จักกาลเทศะ รู้ผิดรู้ชอบและคุ้นเคยกับสิ่งที่ดีงาม เป็นประโยชน์ต่อชีวิต
4.ด้านสติปัญญา
พ่อแม่สามารถจูงใจให้ลูก มีความใฝ่รู้ กล้าแสดงความคิดเห็น ฝึกให้ลูกเป็นคนรู้จักคิดได้โดยให้ความสนใจ ในสิ่งที่ลูกกำลังทำ ฝึกให้ลูกสังเกตสิ่งต่างๆรอบๆตัว ให้ลูกได้มีโอกาสเรียนรู้จากการลองถูกลองผิดบ้าง ให้มีความคิดที่แปลกใหม่ พยายามให้เด็กได้คิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง ทั้งนี้ ควรอยู่บนพื้นฐานของการใช้เหตุผล ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาได้ หากเข้าใจ ถึงแนวทางพื้นฐานเบื้องต้น คือ การฝึก การสังเกต ที่สำคัญ เสรีภาพในครอบครัวจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์ สามารถประสบความสำเร็จในอนาคตได้ ทั้งนี้พ่อแม่ควรเปิดโอกาสในการคิดของลูก
3) การฝึกให้เด็กเป็นคนดี คนขยันและฉลาด ผู้ปกครองควรปฏิบัติอย่างไร
ตอบ 👉ทำดีให้ลูกดู สิ่งแรกที่สำคัญมากเลยคือคุณต้องเป็นคนดี ทำดีให้ลูกดู คุณเป็นคนยังไงลูกก็จะเป็นอย่างนั้นนั่นแหละ ถ้าไม่อยากให้ลูกดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น คุณเองก็ต้องออกห่างสิ่งนั้นด้วย
👉เข้าใจธรรมชาติของเด็ก เด็กอายุน้อย ทำอะไรจะไม่ค่อยได้คิดหน้าคิดหลัง และไม่ค่อยได้คิดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาเหมือนผู้ใหญ่เรา ความสามารถในการคิดถึงผลลัพธ์การกระทำและเหตุผลต่าง ๆ จะค่อย ๆ พัฒนาเมื่อเด็กโตขึ้น
👉อย่าคาดหวังสูงเกินไป หลายครอบครัวตั้งความหวังจากลูกไว้สูงเกินไป ไม่ว่าจะเลี้ยงยังไง เด็กก็ไม่สมบูรณ์แบบได้หรอก ก็อย่างที่เราเคยได้ยิน “ไม่มีใครจะดีทุกอย่างหรอก” เมื่อลูกทำผิดพลาด เรียนไม่เก่ง ก็อย่าไปคิดมาก ถ้าลูกต้องเรียนซ้ำชั้น เราไม่จำเป็นต้องไปว่ากล่าวซ้ำเติมลูก สิ่งที่เราต้องคิดคือ ทำอย่างไรกับอนาคตให้ลูกเรียนดีขึ้น ดูว่าเหตุผลที่ลูกเรียนแย่เป็นเพราะอะไร และบอกลูกว่า “ไม่เป็นไร ยังไงพ่อแม่ก็จะอยู่ข้างลูกเสมอ” ทำให้ลูกมีความมั่นใจ
👉ควบคุมอารมณ์ของเราก่อน เมื่อลูกทำผิด ก่อนอื่นเลยต้องตั้งสติและพยายามระงับความโกรธเราก่อน หายใจลึก ๆ โดยคิดไว้ก่อนเลยว่าเด็กทำผิดเพราะมันเป็นไปตามธรรมชาติของเขา หรือเป็นเพราะเหตุผลอะไร เราควรถามลูกด้วยคำถามปลายเปิดว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น และคิดว่าทำไปแล้วได้อะไร ตอนนี้ได้เรียนรู้อะไรไปบ้าง เพื่อให้ลูกได้พิจารณาการกระทำของตัวเอง การตะคอกใส่ลูกทันทีอาจทำให้ลูกคิดว่าคุณเห็นเขาเป็นคนไม่ดีหรือโง่ ซึ่งยิ่งจะทำให้แย่กว่าเดิม
👉ทำให้สม่ำเสมอ เมื่อลูกทำผิด เราก็บอกกล่าวตักเตือน เมื่อลูกทำดี เราก็ควรให้รางวัล ให้เหมาะสมตามอายุของลูก ควรทำอย่างนี้ทุกครั้ง ไม่ควรปล่อยให้บางทีลูกทำผิดก็ว่ากล่าวทำโทษ บางทีก็ไม่ว่าอะไร บางทีลูกทำดี คุณให้รางวัล แต่บางทีก็ไม่ให้ ทำให้ลูกไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำมันดีหรือเปล่า
👉ทำโทษ/ให้รางวัลในปริมาณที่เหมาะสม พ่อแม่ควรจะรู้ว่าลูกชอบไม่ชอบอะไร มีความอดทนมากน้อยแค่ไหน การทำโทษควรอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น ถ้าลูกไม่อยากกินข้าวเย็น คุณอาจจะบอกลูกว่า “ได้ไม่เป็นไร แต่ก็ไม่มีขนมหรืออะไรอย่างอื่นให้กินนะ ถ้าหิวก็มากินข้าวเย็นละกัน” เป็นการเผื่อไว้หากลูกหิวมาก จะได้ยังหาข้าวเย็นทานได้อยู่ ไม่ถึงกับให้ลูกอดอาหารมื้อนั้นไปเลย โดยเฉพาะหากลูกยังเป็นเด็กน้อยอยู่ การให้ลูกอดข้าวอาจจะเสี่ยงเป็นอันตราย
💗การให้รางวัลหรือว่ากล่าวทำโทษ นอกจากจะต้องอยู่ให้ความเหมาะสมกับอายุของลูกแล้ว ยังต้องกระทำทันทีที่ลูกทำผิดหรือทำดี เด็กจะได้รับรู้ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นดีหรือไม่ดี ไม่ควรปล่อยให้ลูกทำผิดซ้ำๆแบบเดิม ควรตักเตือนด้วยความหวังดี
4) ปัญหาที่เป็นอุปสรรค์ของผู้ปกครองที่มีผลกระทบต่อเด็กปฐมวัย คือปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องใด จงอธิบาย
ตอบ การคาดหวังในตัวเด็กสูงเกินไป ส่งผลต่อตัวเด็ก เพราะเด็กอาจจะขาดทักษะชีวิตในการเรียนรู้จักตัวเอง ไม่สามารถค้นหาความถนัดและความสามารถของตัวเองว่าทำสิ่งใดได้ดี

💙ภาพกิจกรรม💙
💗 การประเมินการเรียนการสอน
ประเมินตนเอง
- เข้าเรียนตรงต่อเวลา
- แต่งกายเรียบร้อย
- ตั้งใจฟังอาจารย์สอนและจดบันทึกระหว่างเรียน
ประเมินเพื่อน
- แต่งกายเรียบร้อย เข้าเรียนตรงต่อเวลา
- ตั้งใจทำกิจกรรมในห้องเรียนอย่างมุ่งมั่น
ประเมินอาจารย์
- อาจารย์แต่งกายสุภาพ
- เข้าสอนตรงต่อเวลาและปล่อยตรงเวลา
- อธิบายในแต่ละหัวข้อการเรียนได้เข้าใจง่าย





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น